
ไปแล้วได้อะไร
กับ 7 วัน
กับการปฏิบัติ #วิปัสสนากรรมฐาน (ไปเที่ยว หรือนอนอยู่บ้านไม่ดีกว่าเหรอ)
กับการปฏิบัติ #วิปัสสนากรรมฐาน (ไปเที่ยว หรือนอนอยู่บ้านไม่ดีกว่าเหรอ)
แหม ไปเที่ยวเนี่ย ก็ต้องดีอยู่แล้วล่ะ ได้พักผ่อนหรือทำกิจกรรมอะไรๆ ที่เราชอบ นอนอยู่บ้านก็ดีอีกเหมือนกัน บางคนชอบฟังเพลง บางคนก้อชอบอ่านนิยาย (คนที่เขียนอยู่เนี่ยก็ติดนิยายงอมแงม) บ้างก็นอนตีพุงกลิ้งอยู่บ้านได้ทั้งวัน เอ แล้วไปปฏิบัติ #วิปัสสนากรรมฐาน (คนส่วนใหญ่เรียกว่าไปนั่งสมาธิ แต่จริงๆ นั่งสมาธิแค่ 1/3 หรือ1/2 ของกิจกรรมที่ทำเท่านั้นนะ บางคนก็เรียกบวชชีพราหมณ์ ก็ไม่ถูกอีกอ่ะ เพราะไม่ใช่ชี แล้วก็ไม่ใช่พราหมณ์ด้วย) ได้อะไร
จากการถามคนที่เขาไปมาแล้ว พอสรุปได้ว่า
1. ได้เด็ก (ไม่ได้พูดถึงกิ๊กนะ)
2. ได้เสน่ห์ (แบบไม่ต้องพึ่งน้ำมันพราย)
3. ได้สุขภาพดีขึ้น
4. ได้ทรัพย์
5. ได้บุญ
#ถอนคุณไสย์ (อึ่ย! เกี่ยวงัยเนี่ย ต้องอ่านต่อนะ) และเป็นวิธีแก้เคราะห์กรรมที่ดีที่สุด (คนดูดวงควรรู้)
และจะรู้ว่า “#กรรมฐานแก้กรรม” หมายความถึงอะไร
ได้เด็ก คือได้ความเป็นเด็กหรือความเยาว์วัยของใบหน้า คนที่ปฏิบัติ #วิปัสสนากรรมฐาน ส่วนใหญ่จะหน้าเด็กกว่าวัย (เป็นประเภท แก่หน้าเด็กประมาณนั้น หรือถ้ายังเด็กอยู่ก็แก่ยาก ผิวดีขึ้น ไม่ต้องพึ่งเลเซอร์หมอ) เพราะอะไรน่ะเหรอ ยกตัวอย่างง่ายๆ ละกัน อย่างเวลาเราเสียใจ (อกหัก ผิดหวัง อะไรก็แล้วแต่นะ) แล้วก้อร้องไห้เนี่ย ก่อนการไปปฏิบัติฯ อาจจะร้องไห้สัก 20 นาที/ครั้ง แต่พอได้ไปปฏิบัติฯ แล้วนำวิชาที่ไปเรียนมา มาใช้กับชีวิตประจำวัน เวลาในการร้องไห้จะลดลง บางครั้งแค่ 2-3 นาทีเอง ทีนี้หน้าคนเราที่ต้องยับยู้ยี้เพราะร้องไห้จากเวลาหลายๆ สิบนาที ลดลงเหลือแค่ ไม่ถึง 5 นาทีก็ต้องเด็กขึ้นสิ เพราะปริมาณเวลาที่หน้ายับมันน้อยลง เวลาเครียดก้อเหมือนกัน คิ้วงี้ผูกโบว์ 3-4 ชั้น ถ้าไปปฏิบัติก็จะลดเวลาของการที่คิ้วผูกโบว์......เหมือนในโฆษณาครีมบำรุงผิวนั่นแหละ ที่ว่าหน้าคนเราทั้งร้องไห้ หัวเราะ โกรธ ฯลฯมากมาย หน้าก้อต้องย่นสิ ที่นี้มาปฏิบัติ (ไม่ได้บอกนะว่ามาปฏิบัติแล้วกลายเป็นคนไม่โกรธ ไม่รัก ไม่หลง ไม่เสียใจ แต่มันเป็นน้อยลง) ก้อจะทำให้หน้าเราเด็กขึ้น เพราะ หน้ายับน้อยลงไง

ได้เสน่ห์ คนที่ปฏิบัติฯ เขาจะหน้าตาดีขึ้น เพราะ นอกจากหน้าเด็กแล้ว หน้ายังใสผ่องอีกด้วย เมื่อหน้าคนเราดูเด็กกว่าวัย แถมหน้าผ่อง ก้อต้องหน้าตาโดยรวมดีขึ้นเป็นธรรมดา นักปฏิบัติฯ จะยิ้มง่ายขึ้น โกรธยากขึ้นแต่หายโกรธไวขึ้น ขี้บ่นน้อยลง ใจเย็นขึ้น ทั้งหมดนี่คือคำสารภาพ เอ้ย ให้สัมภาษณ์ของคนที่อยู่ใกล้ชิดคนที่ผ่านการปฏิบัติมา คนเราถ้ายิ้มง่าย ใจเย็น ไม่พูดมาก รู้ว่าอะไรควร ไม่ควรพูด และเวลาไหน ก็ต้องเป็นคนที่มีเสน่ห์ขึ้น จริงมะ

ได้เสน่ห์ คนที่ปฏิบัติฯ เขาจะหน้าตาดีขึ้น เพราะ นอกจากหน้าเด็กแล้ว หน้ายังใสผ่องอีกด้วย เมื่อหน้าคนเราดูเด็กกว่าวัย แถมหน้าผ่อง ก้อต้องหน้าตาโดยรวมดีขึ้นเป็นธรรมดา นักปฏิบัติฯ จะยิ้มง่ายขึ้น โกรธยากขึ้นแต่หายโกรธไวขึ้น ขี้บ่นน้อยลง ใจเย็นขึ้น ทั้งหมดนี่คือคำสารภาพ เอ้ย ให้สัมภาษณ์ของคนที่อยู่ใกล้ชิดคนที่ผ่านการปฏิบัติมา คนเราถ้ายิ้มง่าย ใจเย็น ไม่พูดมาก รู้ว่าอะไรควร ไม่ควรพูด และเวลาไหน ก็ต้องเป็นคนที่มีเสน่ห์ขึ้น จริงมะ
ได้สุขภาพที่ดีขึ้น
ข้อนี้ชัดมากในคนที่เป็นภูมิแพ้ต่างๆ คนที่เป็นภูมิแพ้อากาศ ภูมิแพ้ในเลือด โรครูมาทอยด์ หลังปฏิบัติเป็นประจำก้อไม่ต้องพึ่งยาหมอ (จนหมอยังงงว่าดีขึ้นได้ไง) คนที่เป็นโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคอย่างแบคทีเรียหรือไวรัส เมื่อมาปฏิบัติฯแล้ว อาการจะดีขึ้น (คนเขียนเป็นภูมิแพ้อากาศ แพ้ขนสัตว์ต่างๆ เมื่อก่อนแต่ละปีกินยาแก้แพ้เป็นยาอมไปเลย แต่เดี๋ยวนี้ไม่กินแล้วจ้ะ ไม่หายขาดแต่อาการไม่แย่เหมือนเมื่อก่อน) ส่วนคนที่เป็นโรคร้ายอย่างมะเร็ง บางคนปฏิบัติมากจนมะเร็งไม่ขยายตัวและขนาดเล็กลงด้วย บางคนหายเลยก็มีเยอะ นอกจากคนที่มีโรคประจำตัวแล้ว คนทั่วไปสุขภาพจะดีขึ้น น้ำหนักลดลง (เพราะสิ่งที่ได้จากการปฏิบัติฯ ทำให้เปลี่ยนพฤติกรรมหลายๆ อย่าง รวมทั้งพฤติกรรมการกินด้วย...ต้องพิสูจน์โดยการลองไปปฏิบัติดูนะ) ส่วนคนที่นอนหลับยากก็จะทำให้พึ่งยานอนหลับน้อยลง มนุษย์เราตอนเป็นทารกเป็นเด็กไม่เห็นมีปัญหานอนไม่หลับ ที่นอนไม่หลับตอนเป็นผู้ใหญ่ก็เพราะความวิตกกังวลต่างๆ ไม่อีกทีก็อกหักรักคุด การไปปฏิบัติฯ จะช่วยในเรื่องการนอนไม่หลับ และเยียวยาแผลใจได้ด้วย
ได้ทรัพย์
ได้ทรัพย์
จริงๆ ตัวอย่างที่ชัดที่สุดน่าจะเป็นเรื่องราวของคุณฐิตินาถ ณ พัทลุง (คุณอ้อย) ผู้เขียนหนังสือเข็มทิศชีวิต เล่าเรื่องแบบย่อๆ นะ ชีวิตของเธอเจอมรสุม เมื่อสามีเสียชีวิต ขณะที่เธอเพิ่งเริ่มชีวิตคู่และมีลูกน้อย และเศรษฐกิจถดถอยจากการที่ฟองสบู่แตก เงินบาทลอยตัว ธุรกิจสามีมีหนี้มาก แม้ในงานศพสามี พวกเจ้าหนี้ก็มาทวงหนี้ แต่จากการที่เธอมาปฏิบัติฯ และได้วิชาไปสู้รบปรบมือกับปัญหาชีวิต เธอสามารถคืนเงินกู้หลักร้อยล้านได้ในเวลา เพียง 2ปี แถมธุรกิจของเธอในตอนนั้นก็ขยายตัว ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจของประเทศโดยรวมแล้วยังไม่ฟื้นไข้เลย คนทั่วๆ ไปอย่างเราๆ ก็จะมีทรัพย์มากขึ้น เพราะ การปฏิบัติจะทำให้เรา ใช้เงินเป็น ทำงานได้ดีขึ้น (โบนัสที่ดีก็น่าจะตามมา หรือถ้าเป็นกิจการส่วนตัวก็จะบริหารงานได้ดีขึ้น) ส่วนน้องๆ ที่ยังอยู่ในวัยเรียน ยังไม่ถึงเวลาหาทรัพย์ หากปฏิบัติฯเป็นประจำก็จะเรียนได้ดีขึ้นอย่างทันตา
ได้บุญ
ได้บุญยังไง หลายคนจะงง ก็ไปปฏิบัติ #วิปัสสนากรรมฐาน หรือที่เข้าใจทั่วๆ ไปว่าไป #ปฏิบัติธรรม #นั่งสมาธิ เป็นบุญตรงไหน ที่จริงการบริจาคเงินให้มูลนิธิหรือวัด ไม่ใช่เป็นวิธีเดียวที่จะทำบุญ มีการกระทำต่างๆ ที่เรียกว่าเป็นบุญ (โดยไม่ต้องจ่ายตังค์เลย) อีกหลายอย่าง


บุญกิริยาวัตถุ 10 มีดังต่อไปนี้
1. บุญที่ได้จากการทำทาน (ข้อนี้ใช้ตังค์นะ) คือการบริจาคให้วัด มูลนิธิ องค์กรต่างๆ
2. บุญที่ได้จากการรักษาศีล (คนทั่วไปก็ศีล 5 พระก็ศีล 227 ข้อ)
3. บุญที่ได้จากการภาวนา (สวดมนต์ ปฏิบัติ #วิปัสสนากรรมฐาน)
4. บุญที่ได้จากความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ ผู้มีพระคุณ ครูบาอาจารย์ พระสงฆ์ พระมหากษัตริย์
5. บุญที่ได้จากการทำประโยชน์ให้กับส่วนรวม
6. บุญที่ได้จากการเชิญชวน เปิดโอกาสให้คนอื่นได้ทำบุญ
7. บุญที่ได้จากการยินดีกับความดีหรือการทำบุญของผู้อื่น
8. บุญที่ได้จากการฟังธรรม
9. บุญที่ได้จากการให้ธรรม
10. บุญที่ได้จากการทำความเข้าใจในเรื่องที่เป็นสาระ เรื่องบาปบุญคุณโทษ
สรุปว่าการปฏิบัติฯ ตกอยู่ในข้อ 3
ในหนังสือของสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช เรื่อง วิธีการสร้างบุญบารมี ท่านเขียนไว้ว่า “อานิสงส์ของสมาธินั้น มีมากกว่าการรักษาศีล อย่างเทียบกันไม่ได้ ซึ่งพระพุทธองค์ได้ตรัสว่า “แม้จะได้อุปสมบทเป็นภิกษุรักษาศีล 227 ข้อ ไม่เคยขาด ไม่ด่างพร้อยมานานถึง 100 ปี ก็ยังบุญกุศลน้อยกว่าผู้ที่ทำสมาธิเพียงให้จิตสงบนานเพียงชั่วไก่กระพือปีก ช้างกระดิกหู” คำว่า “จิตสงบ” ในที่นี้หมายถึงจิตที่เป็นอารมณ์เดียวเพียงชั่ววูบ.....การทำสมาธิเป็นการสร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ ลงทุนน้อยที่สุด เพราะไม่ได้เสียเงินเสียทอง ไม่ได้เหนื่อยยากต้องแบกหามแต่อย่างใด....”
ถ้าพูดกันแบบง่ายๆ นะ ที่ได้บุญเยอะก็เพราะฝืนนี่แหละ ใช่..... ฝืน......
อย่างเวลาทำทาน มีคนเอาซองผ้าป่ามาให้ เราใส่ซองสัก 20 50 หรือ 100 นึงก็ไม่เป็นเรื่องยากนะ แต่รักษาศีล ให้ครบ 5 ข้อ ฝืนกว่าทำทานอีกเน้อะ ยิ่งข้อ 5 ห้ามดื่มสุรา สำหรับบางคนน่ะ โคตรฝืนเลย และที่ฝืนกว่าทานกับศีลก็น่าเป็น ข้อ 3 การภาวนานี่แหละ จะต้องไป #ปฏิบัติธรรม อะไรก็ไม่รู้ตั้ง 7 วัน เป็นที่สุดของการฝืนแล้วมั้ง บุญเยอะก็เพราะฝืนเยอะ ครูบาอาจารย์เขาบอกอยู่แล้วว่าทำดีต้องฝืน (แต่พอได้ฝืนแล้ว ตัวเรานั่นแหละได้ดีได้บุญสุดๆ)

ถอนคุณไสย์ + แก้/สะเดาะเคราะห์
จริงๆ แล้วข้อนี้ไม่ใช่หลักใหญ่จากการปฏิบัติหรอกนะ แต่เดี๋ยวนี้หนังผี คุณไสย์ ฮอทฮิตก็เลยต้องเขียนเกี่ยวกับเรื่องที่น่าตื่นเต้นนี้ซะหน่อย เรื่องของการกระทำคุณไสย์ ผู้เขียนเชื่อว่ามีจริง (ผู้อ่านไม่เชื่อไม่เป็นไรนะ ฟังหูไว้หู) เพราะถ้าไม่มีจริงพระเกจิอาจารย์ทั้งในอดีตและปัจจุบันคงไม่ต้องเสียเวลาเรียนวิธีแก้หรอก (เรียนไปทำไมถ้าไม่ได้ใช้) และเพื่อนสนิทของผู้เขียนก็โดนแล้วมากับตัว (เจอตะปูเคลื่อนอยู่ใต้ผิวหนังและในที่สุดตะปูก็โผล่ออกมาจากผิวหนังทีหลัง โดยให้ผู้รู้-ซึ่งเป็นหมอจีนใช้วิธีแก้ออกมา) โดยปกติคนที่ถูกกระทำมักต้องไปหาทางแก้จากหมอ(ผี)ก็ดี หรือจากพระเกจิก็ดี หายบ้างไม่หายบ้าง แต่ที่แน่ๆ มนต์มืดคุณไสย์ไม่ว่าจะของพี่ไทยหรือเขมร เป็นอันหลุดหมด หากผู้ถูกกระทำไปเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน 7 วัน (ผู้ที่โดนอยู่ทดลองเลยนะว่า “ของ” จะออกมั้ย) และเพราะมีเพื่อนเป็นหมอดู (แม่นๆ) ทำให้เรารู้ว่าการปฏิบัติฯเป็นวิธีสะเดาะห์เคราะห์กรรมที่ดีที่สุด (และเป็นการเสริมการสะเดาะห์เคราะห์ด้วยการทำทานต่างๆ)
คนที่มาหาหมอดูก็มักมีหัวข้อถามอยู่ใน 4-5 ข้อ ต่อไปนี้
1. เรื่องงาน (หรือเรื่องเรียน)
2. เรื่องคู่/ความรัก
3. เรื่องเงิน
4. เรื่องสุขภาพ
อยากจะบอกว่าสิ่งที่ทุกคนจะได้เรียนจากการไปปฏิบัติฯ จะช่วยในเรื่องทั้ง 4 เรื่องที่ว่ามานี่แหละ #กรรมฐานแก้กรรม (หมายถึงอะไรล่ะ!!???) จำได้ว่าเห็นประโยคนี้บนหนังสือเล่มนึง ซึ่งมีรูปหลวงพ่อจรัญ (วัดอัมพวัน) อยู่บนปก อ่านประโยคนี้แล้วดีใจ ดีใจตรงที่ว่าเป็นความหวังให้เราเปลี่ยนโชคชะตาของตัวเราเองได้ ก่อนที่จะมีเพื่อนสนิทเป็นหมอดู ผู้เขียนเองเคยเรียนการดูไพ่ทาโร่ด้วยตัวเอง (ก้อสั่งซื้อหนังสือประมาณ 4-5 เล่มทางอินเตอร์เน็ท จำได้ว่าซื้อจาก www.amazon.com ) สิ่งที่ไม่เคยลืมจากความรู้ทางไพ่ทาโร่ คือ เขาบอกว่า ถ้าคุณไม่ชอบไพ่ที่คุณเปิดขึ้นมา คุณสามารถเปลี่ยนชะตาของคุณได้ แต่ต้องใช้ความพยายามหรือฝืน (และเรื่องฝืนเราได้พูดกันแล้วในหัวข้อ 5. ได้บุญ) หมอดูบางท่านเรียกความพยายามนี้ว่า หักดวง #กรรมฐานแก้กรรม ได้ก็มาเกี่ยวตรงนี้แหละ


กรรม คือ การกระทำ ฐาน ก้อตามความหมายน่ะนะ เอาเป็นว่า เมื่อฐานของการกระทำในปัจจุบันเปลี่ยน แน่นอนอนาคตก็ต้องเปลี่ยน และถือเป็นการหักดวง หรือเปลี่ยนดวงด้วย แต่ต้องใช้ความพยายามนะ (ปัจจุบันนี้ยกสำรับไพ่ทาโร่ทั้งหมดให้เพื่อนสนิทคนนั้นแล้ว เพราะ เขาแม่นกว่าและเป็นมืออาชีพ ส่วนผู้เขียนไม่ได้มีอาชีพทางนี้) การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ได้อะไรๆ ดีๆ มากมาย เพราะ ผู้ปฏิบัติจะได้ทั้ง สติ สมาธิ ปํญญา ก่อนที่ผู้เขียนจะไปปฏิบัติฯ เคยนึกว่าตัวเองมีครบ ก็คิดว่าตัวเองก็เป็นคนมีสติ (ก็ไม่ได้บ้าและก็เป็นคนมีเหตุผล) มีสมาธิ (ชอบเล่นกีฬา และถ้าเล่นกีฬาได้ดี ก็น่าจะแปลว่าสมาธิดี) มีปัญญา (เป็นคนเรียนดี) แต่พอไปปฏิบัติฯ มาแล้วเลยรู้ว่าที่ความหมายของคำว่า สติ สมาธิ ปัญญา ที่คิดว่ารู้แล้วเนี่ยมันไม่ถูก
คำว่า สติ หมายถึง ระลึกรู้ หรือรู้ตัว
ถ้าคุณเคยถามตัวเองว่าล๊อครถ ล๊อคประตูหรือยัง (ต้องเดินไปดูใหม่) หรือวางของไว้ตรงไหนจำไม่ได้ หรือหลุดปากพูดอะไรออกไปโดยไม่ตั้งใจ แล้วทำให้เพื่อนหรือคนที่เป็นที่รักเสียใจ ถ้าทำอย่างที่ว่ามาแล้วแปลว่าคุณไม่มีสติ ขณะทำสิ่งนั้นๆ อยู่ เพราะคนเรามักคิดและทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมๆ กัน ทำให้ลืมนั่นลืมนี่ พูดโพล่งออกไป ส่วนคำว่า สมาธิ ก็ไม่ต่างจากความหมายที่เรารู้กัน คือมีใจจดจ่อต่อสิ่งที่ทำอยู่ แต่ปัญญานี่สิมีหลายแบบ ผู้เขียนเรียนดี เพราะปัญญาทางโลกดี แล้วมีปัญญาทางอื่นอีกหรือ มีสิ ก็ปัญญาทางธรรมไง ซึ่งผู้เขียนมีน้อย (ไปปฏิบัติฯ แล้วดีขึ้นหน่อย) เมื่อก่อนเจอเรื่องผิดหวังก็แป๊ก เล่น มิวสิคประจำ เพื่อนๆ ชอบทักว่าเป็นคนจริงจังกับชีวิตเกินไป แถมยังเป็นคนขวานผ่าสาก พูดไม่คิด ตอนนี้เป็นเวอร์ชั่นใหม่แล้วซีเรียสน้อยลง มีมุขบ้าง (บางทีก็มุขแป๊ก) แล้วก็ไม่ดุยังกับหมาแล้ว (มีคนเคยว่าไว้ว่าเป็นคนดุมาก) จะพูดอะไรก็มีโพล่งไม่บ่อยเหมือนเมื่อก่อน อยากให้ทุกคนที่ได้อ่านไปปฏิบัติ #วิปัสสนากรรมฐาน กันนะ จะได้พิสูจน์ว่าสิ่งที่เขียนมาจริงหรือเปล่า ชีวิตจะดีขึ้นจริงไหมต้องลองดู น้องสาวผู้เขียนซึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งบอกกับผู้เขียนหลังจากการไปปฏิบัติฯว่า 1-2วันแรกที่ไป นึกสาปแช่งพี่สาวว่าให้ตูมาทำอะไร(วะ) แต่หลังจากผ่านไป 3-4 วัน จนจบการปฏิบัติ เขาบอกว่าสิ่งได้จากการไปปฏิบัติ 7 วันนั้น มากกว่าที่ได้จากการมีปริญญาโท 2 ใบเสียอีก ลองไปกันดูนะ!!!


สถานที่ปฏิบัติธรรม
1. ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย โทร. 02 805-0790-3 www.ybat.org
2. วัดอินทร์ บางขุนพรหม โทร 02 628-5550
3. วัดอัมพวัน 036 599 381
Cr. บทความทั้งหมดนี้คัดลอกและรวบรวมมาจากหน้าเว็บอื่นทั้งหมด
