โรคยอดฮิตชีวิตของคนทำงาน

28 พฤศจิกายน 2566

ออฟฟิศซินโดรม คืออะไร เกิดจากอะไร

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) คือกลุ่มอาการที่เกิดจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือใช้ท่าทางในการทำงานที่ไม่เหมาะสมต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จนทำให้เกิดความผิดปกติของระบบในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบกระดูก เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ หรือดวงตา ที่ต้องรับบทหนักขณะทำกิจกรรมเหล่านี้

อาการออฟฟิศซินโดรม ที่พบได้บ่อยมีดังนี้ 

1. ปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด: เป็นกลุ่มอาการยอดฮิตของออฟฟิศซินโดรม โดยจะเริ่มจากมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ สะบัก ส่วนหลัง และสะโพก และมักจะเป็นเรื้อรังไม่หายขาด

2. เส้นประสาทที่ข้อมือถูกกดทับ: เกิดขึ้นจากมีพังผืดบริเวณข้อมือ (ด้านฝ่ามือ) ทำให้เส้นประสาทบริเวณนั้นถูกกดทับ เกิดอาการปวดและชาที่นิ้วมือ ฝ่ามือ หรือแขน

3. นิ้วล็อค: เกิดจากการออกแรงที่นิ้วมือมาก ๆ และบ่อยครั้ง  ทำให้เกิดการเสียดสีจนอักเสบบริเวณปลอกหุ้มเอ็น และเส้นเอ็นของนิ้วมือ มักพบอาการนี้ในกลุ่มคนที่ทำงานเป็นแม่บ้าน

4. เอ็นกล้ามเนื้ออักเสบ: เกิดการบวมหรือเจ็บที่บริเวณเอ็นกล้ามเนื้อ มักเป็นบริเวณหัวไหล่ ข้อศอก ข้อเท้า เข่า และข้อมือ ซึ่งมักเกิดจากอุบัติเหตุ การกระแทก การใช้งานรุนแรง หรือการใช้งานที่บ่อยครั้งเกินไป ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดบริเวณที่มีอาการ



5. อาการตาแห้ง: เกิดจากต่อมน้ำตาทำงานผิดปกติ โดยสาเหตุอาจมาจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือมือถือนานเกินไป

6. อาการปวดตา: เนื่องจากจ้องหน้าจอหรือมือถือนานเกินไปโดยไม่ได้พักสายตา ซึ่งในหลาย ๆ ครั้ง อาการปวดตามักก่อให้เกิดอาการปวดหัวตามมาได้

7. อาการปวดหัว: อาการปวดหัวจากออฟฟิศซินโดรม มักเกิดจากการลุกลามของปัญหากล้ามเนื้อบริเวณบ่าที่ตึง ทำให้เลือดไม่สามารถไหลไปเลี้ยงส่วนหัวได้สะดวก หรือบางครั้งอาจเกิดจากอาการปวดตาหรือตาแห้ง แล้วร้าวไปถึงหัวได้ บางคนอาจรุนแรงเป็นอาการปวดหัวไมเกรน

8. อาการปวดหลัง: เป็นอาการปวดหลังที่เกิดจากท่ายืนหรือท่านั่งไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน หรือมีการใช้กล้ามเนื้อหลังที่รุนแรงเกินไป จนเกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ

การป้องกันการเกิดออฟฟิศซินโดรม 

การป้องกันอาการเจ็บปวดจากการทำงานที่ได้ผลดีและทำได้ด้วยตัวเองก็คือ

  • การออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อแข็งแรง เน้นการออกกำลังกายที่ได้เคลื่อนไหวร่างกายทุกส่วน โดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อและเอ็นกล้ามเนื้อที่มักเจ็บปวดได้ง่าย 
  • การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ถูกใช้งานระหว่างทำงาน
  • ระหว่างนั่งทำงานให้หยุดพักทุกหนึ่งชั่วโมง ด้วยการลุกเดิน เปลี่ยนท่าทาง เพื่อให้ร่างกายได้พักไปในตัว
  • กายบริหารเบาๆ ด้วยอุปกรณ์ใกล้ตัว เช่นขวดน้ำบนโต๊ะทำงาน ลูกบอลบีบบริหารมือ เป็นต้น
อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดอาการของออฟฟิศซินโดรมได้ก็คือ การนั่งทำงานในท่านั่งที่ถูกต้อง

อย่างที่เราทราบกันดีว่าโลกในศตวรรษที่ 20 คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น สังเกตได้จากการทำงาน กระทั่งการเรียนหนังสือในปัจจุบันที่ต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ในท่าเดิมนานๆ จนเป็นสาเหตุทำให้เกิดท่า ‘หน้ายื่น ไหล่ห่อ’ ได้

ซึ่งนอกจากจะเป็นท่าทางการนั่งที่ไม่ถูกสุขลักษณะ นำมาซึ่งอาการปวดหลังแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพในรูปแบบอื่นๆ ด้วย 
  • เนื่องจากน้ำหนักของศีรษะที่ยื่นไปข้างหน้า เพียงแค่ 1 นิ้วจากแกนกลางของกระดูกคอ สามารถเพิ่มแรงกดที่กระดูกสันหลังถึงประมาณ 4.5 กิโลกรัม
  • หากยิ่งยื่นหน้าไปใกล้จอมากเท่าไหร่ กระดูกสันหลังก็ยิ่งแบกรับน้ำหนักมากขึ้นเท่านั้น
  • หน้าที่ยื่นออกมาทำให้เราต้องแอ่นคอขึ้นเพื่อมองจอ เพิ่มแรงกดมากขึ้นที่ฐานคอ  และส่งแรงกดต่อไปที่กระดูกคอ ข้อต่อกระดูกคอ หมอนรองกระดูก กล้ามเนื้อรอบคอ
  • อาจนำมาซึ่งอาการต่างๆ เช่น ปวดศีรษะ ปวดร้าวที่กระบอกตา รอบดวงตา และบริเวณหน้าผาก 
  • ปวดกล้ามเนื้อด้านหลังคอ คอแข็ง ตึง หันลำบาก
  • ปวดบริเวณกระดูกคอ ข้อต่อกระดูกคอ หมอนรองกระดูกคอเสื่อม 
  • ไหล่ห่อ ทำให้กล้ามเนื้อหน้าอกด้านหน้าถูกดึงจนตึงกว่าปกติ เกิดอาการปวดคอและบ่า รวมถึงแรงตึงที่ทำให้ปวดไหล่ได้
    ดังจะเห็นได้ว่า ท่านั่งทำงานที่ไม่ถูกต้องตามหลักสรีระอาจส่งผลต่ออาการเจ็บปวดของร่างกายได้ การปรับเปลี่ยนอิริยาบทจึงเป็นสิ่งจำเป็น ถ้าหากต้องใช้เวลาในแต่ละวันทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานการมีอุปกรณ์เสริมในการนั่งทำงานให้ช่วยรองรับสรีระปรับท่านั่งในการทำงานให้นั่งในท่าที่ถูกต้องเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดอาการปวดหลังและเหล่าปัณหาที่จะตามมาได้ด้วยเช่นกัน เราจึงพร้อมมอบสุขภาพที่ดีที่ถูกออกแบบด้วยหลัการยศาสตร์หรือ ERGONOMICลดการบาดเจ็บและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้จริงนั่นคือ เบาะรองหลังเพื่่อสุขภาพ Pararaksa