
แผลกดทับ (Pressure Injury) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยติดเตียง โดยเกิดจากแรงกดทับต่อเนื่องบริเวณปุ่มกระดูก เช่น ก้นกบ สะโพก หลัง และส้นเท้า ทำให้เลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อลดลง จนเกิดการบาดเจ็บของผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง
แนวทางสากลของ EPUAP/NPIAP/PPPIA ระบุชัดว่า การป้องกันแผลกดทับต้องทำแบบ “องค์รวม” ประกอบด้วย
- การจัดท่า (Repositioning) อย่างสม่ำเสมอ
- การใช้พื้นรองรับหรืออุปกรณ์ช่วยกระจายแรงกด (Support Surfaces)
- การดูแลผิวหนังและความชื้น
- การประเมินความเสี่ยงรายบุคคล
หนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยให้การจัดท่ามีประสิทธิภาพคือ “เบาะดันหลัง” หรือ positioning wedge
1. หลักฐานทางวิชาการเกี่ยวกับการจัดท่า 30 องศา แนวทางสากลแนะนำให้ใช้ท่าตะแคงเอียงประมาณ 30° (30-degree lateral tilt) แทนการตะแคง 90° เต็มรูปแบบ เพราะช่วยลดแรงกดโดยตรงที่กระดูกสะโพกและปุ่มกระดูกเด่น ๆ ได้ดีกว่า อย่างไรก็ตาม งานวิจัยพบว่า ปัญหาที่พบบ่อยคือ “คงท่าไม่ได้จริง” ผู้ป่วยมักไถลกลับ หรือเกิดแรงเฉือน (shear) เพิ่มความเสี่ยงแผลกดทับ
ดังนั้น การใช้เบาะดันหลังที่ออกแบบมาเพื่อคงท่า 30° ให้มั่นคง จึงมีบทบาทสำคัญในการป้องกันแผลกดทับอย่างมีประสิทธิภาพ
2. หลักฐานเกี่ยวกับ Support Surfaces และอุปกรณ์กระจายแรงกด การทบทวนวรรณกรรมของ Cochrane พบว่า พื้นรองรับและวัสดุที่ออกแบบมาเพื่อกระจายแรงกด สามารถช่วยลดอุบัติการณ์แผลกดทับได้ในบางกลุ่มผู้ป่วย เมื่อเทียบกับโฟมมาตรฐานทั่วไป
อย่างไรก็ตาม ไม่มีอุปกรณ์ชนิดใดสามารถทดแทนการพลิกตะแคงได้ทั้งหมด อุปกรณ์ต้องใช้ร่วมกับการจัดท่าอย่างเป็นระบบ แนวทางจาก NSW Clinical Excellence Commission ยังเน้นย้ำว่า การลดแรงเฉือน (shear) และแรงเสียดสี (friction) เป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันแผลกดทับ และควรเลือกอุปกรณ์ที่ช่วยลดการไถลของผู้ป่วยบนเตียง
วิธีเลือกเบาะดันหลังผู้ป่วยติดเตียงให้เหมาะสม
1. ต้องช่วยคงท่า 30° ได้จริง เบาะควรมีรูปทรงที่รองรับแนวลำตัวด้านหลังเต็มแนว เพื่อให้ผู้ป่วยไม่กลิ้งกลับ และลดแรงกดที่สะโพกและก้นกบ ตามแนวทางสากล
2. ความแน่นต้องเหมาะสม วัสดุควรมีคุณสมบัติพยุงตัวและคืนรูปได้ดี เพื่อคงตำแหน่งอย่างสม่ำเสมอนุ่มเกินไป → ท่าเสียเร็ว ผู้ป่วยไถล แข็งเกินไป → อาจสร้างจุดกดใหม่
3. ลดแรงเฉือนและการไถล แรงเฉือนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดแผลกดทับระดับลึกเบาะควรช่วย “ล็อกท่า” ลดการเลื่อนตัวลงเตียง และไม่ทำให้ผิวหนังเสียดสีเพิ่ม
4. ดูแลความชื้นและความสะอาดได้ง่าย ความชื้นและความร้อนทำให้ผิวหนังอ่อนแอมากขึ้นปลอกเบาะควรถอดซักหรือเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย เพื่อควบคุมความชื้นสะสม
5. ใช้ร่วมกับตารางเปลี่ยนท่าแนวทางสากล แนะนำให้ปรับรอบการเปลี่ยนท่าตามการประเมินรายบุคคล โดยมักอยู่ในช่วงประมาณ 2–3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและพื้นรองรับที่ใช้
ทำไมต้องเลือกเบาะดันหลังผู้ป่วยติดเตียง ParaRaksa เบาะดันหลัง ParaRaksa ออกแบบบนหลักการเดียวกับแนวทางสากลคือ
✔ ออกแบบเพื่อช่วยคงท่า 30° อย่างมั่นคง
✔ ลดการไถล ลดแรงเฉือน
✔ ระดับความแน่นที่พยุงได้โดยไม่สร้างจุดกดใหม่
✔ ใช้งานจริงในบริบทผู้ดูแลที่บ้านและสถานพยาบาล
เราไม่เพียงจำหน่ายอุปกรณ์ แต่ให้คำแนะนำการจัดท่าที่ถูกต้องร่วมด้วย เพราะการป้องกันแผลกดทับที่ได้ผล ต้องอาศัยทั้ง “อุปกรณ์ที่ถูกต้อง” และ “การใช้อย่างถูกวิธี” ตามหลักฐานทางวิชาการ หากคุณสามารถให้ข้อมูลน้ำหนักตัว ท่านอนหลัก จุดแดง หรือบริเวณเสี่ยงของผู้ป่วย ทีม ParaRaksa สามารถช่วยแนะนำรูปทรงและการใช้งานให้เหมาะสมรายบุคคลได้ค่ะ


เอกสารอ้างอิง
[1] European Pressure Ulcer Advisory Panel (EPUAP), National Pressure Injury Advisory Panel (NPIAP), Pan Pacific Pressure Injury Alliance (PPPIA). Prevention and Treatment of Pressure Ulcers/Injuries: Clinical Practice Guideline. 2019.
[2] Wounds International. International Review: Pressure Injury Prevention – Repositioning and 30° Tilt. 2023.
[3] Gillespie BM et al. “Repositioning for pressure injury prevention in adults.” International Wound Journal. 2020. (Available via PubMed Central)
[4] McInnes E et al. “Support surfaces for pressure ulcer prevention.” Cochrane Database of Systematic Reviews. 2021.
[5] NSW Clinical Excellence Commission. Pressure Injury Prevention: Repositioning and Support Surfaces for People in Bed. 2022.
