แผลกดทับ ภัยเงียบของผู้ป่วยติดเตียง ที่คนดูแลต้องรู้

12 มิถุนายน 2569

แผลกดทับ ภัยเงียบของผู้ป่วยติดเตียง ที่คนดูแลต้องรู้

แผลกดทับเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่เคลื่อนไหวร่างกายได้น้อย หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงแผลเล็ก ๆ บนผิวหนัง แต่ในความเป็นจริง แผลกดทับอาจลุกลามและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้มากกว่าที่คิด แผลกดทับไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่มักค่อย ๆ เริ่มจากแรงกดที่เกิดซ้ำบริเวณเดิมเป็นเวลานาน ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงผิวหนังและเนื้อเยื่อบริเวณนั้นได้ไม่ดี เมื่อปล่อยไว้นาน ผิวหนังอาจเริ่มแดง ระคายเคือง ถลอก หรือเกิดความเสียหายของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังตามมา สำหรับผู้ดูแล การเข้าใจสาเหตุ จุดเสี่ยง และวิธีป้องกันตั้งแต่แรก จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการป้องกันแผลกดทับมักง่ายกว่า และสร้างความทุกข์ทรมานให้ผู้ป่วยน้อยกว่าการรอให้เกิดแผลแล้วค่อยรักษา

แผลกดทับคืออะไร?

แผลกดทับ คือ ความเสียหายของผิวหนังหรือเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังที่เกิดจากแรงกดทับเป็นเวลานาน โดยเฉพาะบริเวณที่มีปุ่มกระดูกใกล้ผิวหนังเมื่อร่างกายถูกกดทับอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ เลือดจะไหลเวียนไปยังบริเวณนั้นได้น้อยลง ทำให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อขาดการหล่อเลี้ยง หากไม่ได้รับการดูแลหรือเปลี่ยนท่าทางอย่างเหมาะสม ก็อาจเกิดแผลกดทับขึ้นได้ แผลกดทับจึงไม่ใช่แค่ “แผลธรรมดา” แต่เป็นสัญญาณว่าร่างกายบางจุดกำลังได้รับแรงกดซ้ำ ๆ จนเริ่มเกิดความเสียหาย

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ?

กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ที่ไม่สามารถเปลี่ยนท่าทางเองได้ หรือขยับร่างกายได้น้อยกว่าปกติ เช่น

  • ผู้ป่วยติดเตียง
  • ผู้สูงอายุที่กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ผู้ป่วยหลังผ่าตัดที่ต้องนอนพักฟื้
  • ผู้ป่วยอัมพาตหรืออัมพฤกษ์
  • ผู้ป่วยที่มีปัญหาการรับความรู้สึก เช่น ไม่รู้สึกเจ็บบริเวณบางส่วนของร่างกาย
  • ผู้ที่มีภาวะผิวหนังบาง แห้ง หรือบอบบาง
  • ผู้ป่วยที่มีภาวะโภชนาการไม่ดี หรือร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ช้า

กลุ่มเหล่านี้มักไม่สามารถขยับตัวหรือเปลี่ยนท่านอนได้บ่อยพอ ทำให้บางตำแหน่งของร่างกายรับแรงกดซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน

จุดที่พบบ่อยของแผลกดทับ

แผลกดทับมักเกิดบริเวณที่เป็นปุ่มกระดูก หรือจุดที่ผิวหนังถูกกดทับกับพื้นเตียง เก้าอี้ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นเวลานาน
ตำแหน่งที่ควรสังเกตเป็นพิเศษ ได้แก่

  1. ท้ายทอย
  2. สะบัก
  3. ข้อศอก
  4. สะโพก
  5. ก้นกบ
  6. เข่า
  7. ข้อเท้า
  8. ส้นเท้า
  9. ใบหู ในผู้ป่วยที่นอนตะแคงหรือขยับศีรษะได้น้อย

บางจุดอาจเป็นบริเวณที่ผู้ดูแลมองไม่เห็นง่าย เช่น ท้ายทอย ก้นกบ หรือส้นเท้า จึงควรตรวจดูผิวหนังเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังจากผู้ป่วยนอนท่าเดิมเป็นเวลานาน


สัญญาณเริ่มต้นที่คนดูแลควรสังเกต

แผลกดทับในระยะแรกอาจยังไม่เห็นเป็นแผลชัดเจน แต่จะมีสัญญาณเตือนที่ควรใส่ใจ เช่น

  • ผิวหนังมีรอยแดง หรือสีผิวเปลี่ยนไปจากเดิม
  • บริเวณนั้นอุ่น แข็ง หรือนิ่มผิดปกติ
  • ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บ แสบ หรือไม่สบายบริเวณที่ถูกกดทับ
  • ผิวหนังเริ่มถลอก พอง หรือมีแผลตื้น
  • มีรอยกดที่ไม่จางลงง่ายหลังเปลี่ยนท่า

หากพบความผิดปกติ ควรลดแรงกดบริเวณนั้นทันที และควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะในกรณีที่ผิวหนังเริ่มเปิด มีน้ำเหลือง หรือแผลลุกลาม

ทำไมการป้องกันจึงสำคัญกว่าการรอให้เกิดแผล

เมื่อแผลกดทับเกิดขึ้นแล้ว การดูแลมักใช้เวลานานกว่าที่หลายคนคิด โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ร่างกายอ่อนแรง มีโรคประจำตัว หรือรับประทานอาหารได้น้อยนอกจากความเจ็บปวดของผู้ป่วยแล้ว แผลกดทับยังเพิ่มภาระให้ผู้ดูแล ทั้งเรื่องการทำแผล การดูแลความสะอาด การเปลี่ยนท่า และค่าใช้จ่ายในการรักษาการป้องกันตั้งแต่แรกจึงเป็นแนวทางที่สำคัญที่สุด เพราะช่วยลดโอกาสเกิดแผล ลดความทรมานของผู้ป่วย และช่วยให้การดูแลในแต่ละวันเป็นระบบมากขึ้น

หลักง่าย ๆ ในการช่วยลดความเสี่ยงแผลกดทับ

1. ลดแรงกดทับด้วยอุปกรณ์รองรับที่เหมาะสม

การใช้อุปกรณ์รองรับที่เหมาะสม เช่น ที่นอนลดแรงกด เบาะพลิกตัว หมอนรองส้นเท้า หรือหมอนหลุม สามารถช่วยกระจายแรงกดและลดการกดทับเฉพาะจุดได้ดีขึ้นอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ได้ทดแทนการดูแลทั้งหมด แต่เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรองรับที่เหมาะสมขึ้น และช่วยให้ผู้ดูแลจัดท่าได้ง่ายขึ้น

ตัวอย่างเช่น

  • เบาะพลิกตัว ช่วยสนับสนุนการจัดท่านอนตะแคง และช่วยผ่อนแรงผู้ดูแล
  • หมอนรองส้นเท้า ช่วยลดแรงกดบริเวณส้นเท้า ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่มักถูกมองข้าม
  • หมอนหลุม ช่วยรองรับศีรษะและลดแรงกดบริเวณท้ายทอย
  • ที่นอนหรือเบาะรองรับที่เหมาะสม ช่วยกระจายน้ำหนักและลดแรงกดซ้ำจุดเดิม

2. พลิกตะแคงตัวเป็นระยะ

ผู้ป่วยที่นอนนานควรได้รับการช่วยเปลี่ยนท่าทางเป็นระยะ เพื่อไม่ให้จุดใดจุดหนึ่งของร่างกายรับแรงกดนานเกินไปการพลิกตัวควรทำอย่างระมัดระวัง ลดการลากหรือเสียดสีผิวหนังกับผ้าปูเตียง เพราะแรงเสียดสีและแรงเฉือนก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผิวหนังบาดเจ็บได้ สำหรับผู้ป่วยที่ตัวใหญ่ ขยับตัวลำบาก หรือผู้ดูแลต้องดูแลคนเดียว การใช้อุปกรณ์ช่วยจัดท่า เช่น เบาะพลิกตัว หรือหมอนรองรับตำแหน่งต่าง ๆ จะช่วยให้การดูแลง่ายขึ้นและปลอดภัยขึ้น

3. ดูแลผิวหนังให้สะอาดและแห้ง

ความอับชื้นจากเหงื่อ ปัสสาวะ อุจจาระ หรือผ้าอ้อมผู้ใหญ่ อาจทำให้ผิวหนังอ่อนแอและระคายเคืองง่ายขึ้นผู้ดูแลควรทำความสะอาดผิวหนังอย่างอ่อนโยน ซับให้แห้ง ไม่ถูแรง และเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือผ้าปูที่เปียกชื้นทันที บริเวณที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ ได้แก่ ก้นกบ ขาหนีบ สะโพก หลัง และส้นเท้า เพราะเป็นจุดที่มักเกิดความอับชื้นและแรงกดร่วมกัน

4. ดูแลโภชนาการให้เหมาะสม

โภชนาการมีส่วนสำคัญต่อความแข็งแรงของผิวหนังและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ผู้ป่วยควรได้รับอาหารที่เพียงพอ เหมาะสมกับสภาพร่างกาย และควรได้รับน้ำอย่างเพียงพอ หากผู้ป่วยรับประทานอาหารได้น้อย น้ำหนักลด หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ พยาบาล หรือนักโภชนาการ เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสมร่างกายที่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ อาจทำให้ผิวหนังเปราะบาง ฟื้นตัวช้า และเสี่ยงต่อการเกิดแผลได้ง่ายขึ้น

5. ตรวจดูผิวหนังเป็นประจำ

การตรวจผิวหนังเป็นประจำช่วยให้ผู้ดูแลพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก ควรตรวจดูบริเวณจุดเสี่ยงทุกวัน เช่น ท้ายทอย สะบัก ข้อศอก สะโพก ก้นกบ และส้นเท้า หากพบรอยแดง รอยกด รอยถลอก หรือผิวหนังเปลี่ยนสี ควรรีบลดแรงกดบริเวณนั้นทันที การสังเกตเล็ก ๆ ในแต่ละวัน อาจช่วยป้องกันปัญหาใหญ่ในอนาคตได้


อุปกรณ์ช่วยลดแรงกดทับ เลือกให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย

การเลือกอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากสภาพร่างกายของผู้ป่วย ลักษณะการนอน ระยะเวลาที่ต้องนอนต่อวัน น้ำหนักตัว และความสามารถในการขยับตัวเอง

  • สำหรับผู้ป่วยที่พลิกตัวเองไม่ได้ อาจต้องให้ความสำคัญกับเบาะพลิกตัวและอุปกรณ์ช่วยจัดท่าร่วมกัน
  • สำหรับผู้ป่วยที่นอนหงายเป็นเวลานาน ควรดูแลบริเวณส้นเท้าและท้ายทอยเป็นพิเศษ
  • สำหรับผู้ป่วยสูงอายุที่ผิวหนังบาง ควรเลือกอุปกรณ์ที่รองรับนุ่มพอเหมาะ ไม่กดทับเฉพาะจุด และช่วยให้ผู้ดูแลจัดท่าได้ง่าย

ParaRaksa by Smile Rubber พัฒนาอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยจากยางพาราธรรมชาติ โดยคำนึงถึงการรองรับสรีระ การกระจายแรงกด และการใช้งานจริงของผู้ดูแล เพื่อช่วยให้การดูแลผู้ป่วยที่บ้านหรือในสถานพยาบาลเป็นเรื่องที่ง่ายและมั่นใจมากขึ้น

สรุป: แผลกดทับป้องกันได้ ถ้าเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้

แผลกดทับไม่ใช่แค่แผลธรรมดา แต่เป็นภัยเงียบของผู้ป่วยติดเตียงที่คนดูแลต้องเข้าใจ การลดแรงกดทับ การพลิกตะแคงตัวเป็นระยะ การดูแลผิวหนังให้สะอาดและแห้ง การดูแลโภชนาการ และการตรวจผิวหนังเป็นประจำ ล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดแผลกดทับได้

เพราะการดูแลที่ดี ไม่ใช่แค่ให้ผู้ป่วยนอนสบาย
แต่คือการช่วยลดความเจ็บปวด ลดภาระของผู้ดูแล และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยในทุก ๆ วัน หากคุณกำลังดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่เคลื่อนไหวได้น้อย อย่ารอให้เกิดแผลก่อนแล้วค่อยเริ่มดูแล เริ่มสังเกต เริ่มป้องกัน และเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมตั้งแต่วันนี้

สำหรับผู้ดูแลที่กำลังมองหา อุปกรณ์ช่วยลดแรงกดทับสำหรับผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่เคลื่อนไหวร่างกายได้น้อย สามารถติดต่อทีม ParaRaksa by Smile Rubber เพื่อสอบถามรายละเอียดสินค้าและเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละรายได้ค่ะ

      ทีมงานพร้อมให้คำแนะนำเบื้องต้น ทั้งเบาะพลิกตัว หมอนรองส้นเท้า หมอนหลุม ที่นอนยางพารา และอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยจากยางพาราธรรมชาติ เพื่อช่วยให้การดูแลที่บ้านหรือสถานพยาบาลเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นและมั่นใจมากขึ้น

ช่องทางติดต่อ ParaRaksa by Smile Rubber

  • เว็บไซต์: smilerubber.co.th
  • Facebook: SmileRubber
  • LINE Official Account: @ParaRaksa

สามารถส่งรายละเอียดผู้ป่วย ลักษณะการนอน น้ำหนักตัว หรือปัญหาที่พบในการดูแลมาให้ทีมงานช่วยแนะนำอุปกรณ์ที่เหมาะสมได้ค่ะ
เริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้ อย่ารอให้เกิดแผลก่อนแล้วค่อยแก้
ทักทีม ParaRaksa เพื่อปรึกษาอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยที่เหมาะกับคนที่คุณรักได้เลยค่ะ