SmileRubber บนหนังสือ‘พลังวิทย์’ เสริมศักยภาพเกษตรไทย

14 มิถุนายน 2567
“เราต้องรู้ว่าเราทำอะไร เพื่ออะไร และต้องลงลึกไปทิศทางไหน ถ้าไม่รู้ เราก็พัฒนาไปไม่ได้” ประโยคที่บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นในการทำงานของ ณฐนนท เจริญรมย์ ผู้จัดการบริษัท สไมล์ รับเบอร์ จำกัด และผู้ประกอบการเกษตร โดยมี “ที่นอนปุ่มยางพารา” สินค้าเพื่อสุขภาพที่ได้รับการขึ้นทะเบียนนวัตกรรม ปี พ.ศ. 2566 เป็นหนึ่งผลลัพธ์ที่สะท้อนประโยคข้างต้นได้ดีทำเกษตรไม่รวยแต่ไม่จน มีกินมีใช้ ปัจจุบันพื้นที่กว่า 80% ของบ้านเนินสว่าง อ.บ้านค่าย จ.ระยองเป็นสวนยางพาราชาวบ้าส่วนใหญ่รับจ้างกรีดยางเมื่อได้คลุกคลีกับยางพาราทั้งต้นน้ำและกลางน้ำ รับรู้ถึงปัญหารายได้ของชาวบ้าน ทำให้เธอตั้งเป้าหมายที่จะตั้งราคารับซื้อน้ำยางเองและแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มยางพารา


ตุ๊กตานวดมือ เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพาราชิ้นแรกของ ณฐนนท โดยมี ตติยา เจริญรมย์ น้องสาวที่ร่วมปลุกปั้นความฝัน ร่วมหาข้อมูลและเรียนรู้การแปรรูปยางจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานยางของรัฐอยู่นานปี และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยวิสาหกิจชุมชนบ้านเนินสว่าง เพื่อให้ชาวบ้านได้เรียนรู้และเป็นรายได้เสริมจากที่รับจ้างกรีดยางเป็นหลัก

จากตุ๊กตานวดมือขยับมาเป็น “เบาะนั่งสมาธิ” ที่ระบายอากาศได้ดี ค่าความยืดหยุ่นสูง และมีรูปทรงที่รองรับการนั่ง ต่างจากเบาะนั่งสมาธิทั่วไปที่เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมและด้านในเป็นฟองน้ำเมื่อตลาดตอบรับผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพารา ณฐนนท จึงต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์อีกหลายแบบโดยเจาะกลุ่มตลาดสุขภาพ อาทิ เบาะรองนั่งและพนักพิงหลัง หมอนรองคอลดปวดคอบ่าไหล่ เบาะนอนตะแคง เบาะพลิกตัวผู้ป่วย ที่นอนปุ่มยางพารา เป็นต้น โดยมี ตติยา รับหน้าที่ด้านการตลาด จำหน่ายภายใต้แบรนด์สินค้า “ParaRaksa (พารารักษา)” ที่สื่อถึงรักในธรรมชาติของยางพารา รักสามัคคีในชุมชน รักและห่วงใยสุขภาพของลูกค้า


ที่นอนเราไม่ใช่ป้องกัน แต่แก้ปัญหา”ณฐนนท พูดถึงผลิตภัณฑ์ที่นอนปุ่มยางพาราที่เธอและทีมงานทุ่มเทพัฒนาขึ้น โดยสูตรน้ำยางที่นำมาขึ้นรูปที่นอนยางพาราผ่านการศึกษาข้อมูลและทำวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัย รวมถึงการทดสอบจากห้องปฏิบัติการที่สหรัฐอเมริกา
“ยางปุ่มเป็นนวัตกรรมที่เราคิดขึ้นมาเองช่วยกระจายแรงกดทับช่วยการพลิกตัวได้ง่ายขึ้นสำหรับคนป่วยที่เป็นแผลกดทับหรือผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยมีแรงพยุงตัวเอง และเนื้อยางพารายังกระจายความร้อนได้ดี เดิมเราใช้ปุ่มใหญ่ขนาดเดียวเรียงเท่ากัน แต่จากการทดสอบใช้งานพบว่าไม่ช่วยเรื่องการพลิกตัวนัก เราจึงพัฒนาปุ่มเล็กเพิ่มเข้าไป เมื่อพลิกตัวแล้วมีปุ่มเล็กมารองรับ ทำให้ขยับตัวได้ง่ายขึ้น”
จากข้อมูลการศึกษาที่นอนของผู้ป่วยติดเตียงต้องมีค่ากระจายแรงกดทับไม่เกิน 60 มิลลิเมตรปรอท จะช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีและไม่เกิดแผลกดทับณฐนนท จึงต้องการทดสอบผลิตภัณฑ์เพื่อยืนยันว่าที่นอนปุ่มยางพาราของเธอสามารถแก้ปัญหาให้ผู้ป่วยแผลกดทับได้ และนั่นทำให้เธอมุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งใน Top Smart New Gen ภายใต้โครงการความร่วมมือของสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. และ ธ.ก.ส.*

หลังเข้าร่วมโครงการฯ ไม่เพียงได้เติมเต็มความรู้ด้านการตลาด การคิดต้นทุน รวมไปถึงการสร้างแบรนด์ หาก ณฐนนท ยังได้รับสนับสนุนบริการวิเคราะห์ทดสอบแรงกดทับสำหรับที่นอนยางพาราเพื่อป้องกันแผลกดทับ ตามที่ตั้งใจไว้ “ผลค่าแรงกดทับจากแล็บของ สวทช. ทำให้เรานำไปใช้แปลค่าต่อได้ ถ้าไม่ร่วมโครงการนี้และไม่ได้เจ้าหน้าที่ สท. ช่วยเต็มที่ เราก็ไม่ได้ผลตัวนี้ออกมา”
หลังได้ผลทดสอบที่สร้างความเชื่อมั่นให้ ณฐนนท สามารถการันตีคุณภาพของที่นอนปุ่มยางพารา เธอได้รับคำแนะนำให้ยื่นขึ้นบัญชีนวัตกรรม ซึ่งเป็นโอกาสให้เธอขยายตลาดไปสถานพยาบาลของรัฐทั่วประเทศได้ด้วยการรับรองทั้งคุณภาพและราคา ณฐนนท ใช้เวลาดำเนินงานร่วมปีจนที่นอนปุ่มยางพารา (Bubble Latex Mattress) ได้ขึ้นบัญชีนวัตกรรมรหัส 14000059 ปี 2566
ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพาราของ ParaRaksa ใช้การขึ้นรูปด้วยมือ (handmade) และเป็นการจ้างงานคนในพื้นที่ เช่นเดียวกับตำแหน่งงานในสายการผลิตและการตลาดที่ ณฐนนท จ้างงานในชุมชน 100% นอกจากนี้เธอยังได้จัดตั้ง “สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านเนินสว่าง จำกัด” รับซื้อน้ำยางจากชาวสวน ด้วยเป้าหมายที่จะกำหนดราคารับซื้อได้เอง ชาวบ้านไม่ต้องขายน้ำยางพาราผ่านพ่อค้าคนกลาง รายได้ 1% ของบริษัทฯ จะนำเข้าสหกรณ์ฯ เพื่อดูแลสมาชิกและเป็นทุนที่จะทำให้เป้าหมายตั้งราคารับซื้อได้เองเป็นจริง
“ตอนนี้เราซื้อน้ำยางแพงกว่ารายอื่น จะพอใจแค่นี้ก็ได้ แต่เราตั้งไว้อีก 2 ปี ถ้าการตลาดของบริษัทฯ เป็นไปตามเป้า สหกรณ์ฯ จะตั้งราคารับซื้อได้เอง”
การเกิดขึ้นของวิสาหกิจชุมชน บริษัทและสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านเนินสว่าง จำกัด โดยมี “ยางพารา” เป็นตัวเชื่อมโยง จากวัตถุดิบต้นน้ำสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปเพื่อสุขภาพ เกิดการส่งต่อและคืนกลับรายได้สู่ชาวบ้าน ก่อร่างสร้างความเจริญให้บ้านเนินสว่าง จึงสะท้อนประโยคที่ว่า “เราต้องรู้ว่าเราทำอะไร เพื่ออะไร และต้องลงลึกไปทิศทางไหน ถ้าไม่รู้ เราก็พัฒนาไปไม่ได้” ได้อย่างดี 

ขอขอบคุณ สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและสนวัตกรรมเกษตร ที่ได้เปิดโอกาศให้บริษัท สไมล์ รับเบอร์ จำกัด
ได้มีพื้นที่สื่อสารกับผู้อ่านทุกท่าน
อ่านข้อมูลต่อที่ 
สร้างมูลค่าเพิ่มยางพารา เสริมเศรษฐกิจชุมชน ด้วย ‘นวัตกรรมและเทคโนโลยี’ – สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (nstda.or.th)